ฉันตั้งใจว่าจะนั่งเขียนเรื่องสั้นที่ปั่นค้างไว้ให้เสร็จ...
ฉันตั้งใจว่าจะนั่งเขียนเรื่องสั้นที่ปั่นค้างไว้ให้เสร็จ...
แต่แค่เพียงตัวอักษรแรก ฉันก็หมดใจไปเสียเฉยๆ
บางวันฟ้ามันครึ้ม จนทำให้หัวใจและร่างกายของเราปั่นป่วนอย่างหนัก จากที่เคยมองว่า นั่น นี่ และ โน่น สวยงามต่อชีวิต กลับกลายเป็นว่ามันดูน่าทุเรศจนฉันอยากจะก้าวขาออกไปให้ห่าง
บางวันมันถึงขั้น ทำให้ฉัน อยากหนีไปที่ไหนสักแห่ง และล้มตัวลงอ้วกสักสองสามที ให้ร่างกายไร้สารมวล จะได้แน่นิ่งและหลับเป็นตายให้รู้แล้วรู้รอด
ฉันเคยผ่านเส้นขีดสีแดงๆ ในหัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหมดหวัง สูญเสียและเสียสูญต่อศรัทธากับชิ้นงานของตัวเองหวั่นไหวมากมายต่อคำวิพากษ์และวิจารณ์ของคนอื่น งานเลว จนถึงกระทั่ง เขียนมันออกมาได้ยังไง -- ฉันขนลุกที่ตัวเองเออออตามคำพูดเหล่านั้น เพราะมิวาย สิ่งสุดท้ายที่ฉันเลือกกระทำ คือการขว้างสิ่งที่ตัวเองเคยเชื่อมั่นให้ออกไปจากชีวิต ไกลที่สุดเท่าที่จะขว้างออกไปได้
เขียนงานง่อย นี่แหละฉัน วกไปวนมา นี่แหละฉัน -- ถ้าอย่างนั้นหาอย่างอื่นทำเสียดีมั้ย ให้ตายห่า
ขอบคุณจดหมายฉบับแรกในชีวิต ที่เขียนถึงฉัน ให้กำลังใจฉัน เพราะทุกครั้งที่ฉันรู้สึกเหมือนเช่นวันนั้น กระดาษจดหมาย Microsoft Word ฉบับนี้ จะกลับมาหาฉันเสมอ...เหมือนเช่นในวันนี้
------
^_____^
ดูเหมือนว่า เพิ่งจะเมื่อวานที่ฉันเอ่ยปากว่า สักวันฉันจะส่งจดหมายให้เธอ
มีเรื่องราวมากมายหลายอย่าง ที่มันสูญหาย ตกหล่นไประหว่างทางที่เราได้ใช้ชีวิตร่วมกันทุกวัน ทุกการสื่อสาร ในบทสนทนาที่มากมาย เหตุและผล สิ่งที่อยากพูด บางทีเราเพียงรอเวลาที่จะบอกกัน แต่ก็ลืมมันไป เราไม่เคยมีเวลามากพอ
วันนี้ฉันเจอเธอ ฉันเพียงแค่อยากจะถามว่าเธอเหนื่อยไหม เธอไหวหรือเปล่า แต่คราวนี้การพูดอย่างใจมันไม่ได้ถูกหลงลืม หรือคิดแต่เพียงว่าติดไว้ก่อนก็ได้ ฉันตื้นเขินเกินไปที่จะคิดคำปลอบโยนได้แต่รับฟังและปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายพูดความรู้สึกออกมา
จริงๆ แล้วฉันก็ใจเสาะ เวลาที่เห็นเพื่อนร้องไห้ต่อหน้าเหมือนกัน
ฉันเชื่อว่ามันไม่มีสูตรสำเร็จของการให้คำปรึกษา ฉันรู้เธอไม่ได้ต้องการทางออกที่ถูกผู้อื่นคิดแทนให้
เธอแค่ต้องการคำปลอบใจดีๆ สักประโยค เวลาที่ต้องเผชิญกับบททดสอบรอบด้าน ซึ่งมันอาจจะอยู่ตรงไหนสักแห่ง อาจจะเป็นจากเจ้าของน้ำเสียงที่เธอคุ้นเคย อาจจะเป็นจากฉัน แต่บอกแล้วไง ฉันตื้นเขินเกินกว่าที่จะสรรหาคำปลอบใจ
อยากเพียงแต่บอกให้เธอรู้ว่า ฉันรู้สึกใจวูบลงไปแค่ไหน เมื่อเธอบอกว่า บางทีทางที่เดินอยู่นี่ อาจจะไม่ใช่ทางของเธอ แม้ฉันจะแน่ใจว่าเธอคงไม่ทิ้งมันไปง่ายๆ ในเมื่อเธอบอกว่าเธอเป็นคนรักจริง
สิ่งที่ฉันใจกังวลไม่ใช่เรื่องของการกระเสือกกระสนที่จะมีชีวิตรอด เรามันหัวแข็งต่อให้ไม่มีเงินสักบาท เราก็หายใจกันได้ เรายังไม่มีงานที่จะทำให้อยู่ดีวันนี้แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีมันตลอดไป สิ่งที่ฉันกังวลคือแรงในการหล่อเลี้ยงหัวใจให้ฝันและพยายาม เพราะฉันรู้สึกมาตลอดว่ามันสำคัญกับชีวิตมากแค่ไหนไม่ใช่เฉพาะเธอ หรือฉัน แต่เป็นทุกคนบนโลก
ฉันไม่รู้ว่าเธอวาดภาพของคำว่า นักเขียนไว้แค่ไหน แต่สำหรับฉัน ฉันไม่เคยวางตัวเองไว้ตรงจุดไหนที่ใครต่อใครรับประกันว่ามันคือจุดสำเร็จ ฉันยังคงคิดว่างานเขียนเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่ทำหน้าที่จรรโลงโลก(แม้จะมีคนอ่านมันแค่ 2 คน) ฉันไม่กังวลเลยหากฉันจะยังคงเป็นคนเล็กๆ ได้แค่เขียนไดอารี่อ่านเองแล้วยิ้มได้ก็เพียงพอ ชีวิตคือการคิดให้สุขแบบให้สุข ไม่ใช่ความสุขที่ต้องกดดัน ฉันรู้ว่าเธอเห็นด้วยกับฉัน เราจะไม่ปล่อยให้ทุกข์กัดกินมันนาน
และหากพระเจ้าพอจะให้พรสวรรค์ด้านนี้มาบ้าง ก็เป็นเพียงเพราะท่านให้สิทธิพิเศษเพื่อให้เรามาทำหน้าที่จรรโลงนั้นในทางใดทางหนึ่ง ที่ไม่มากคนนักหรอกจะมีมัน
เหมือนกับที่ฉันเห็นในตัวเธอ เธอเห็นในตัวฉันอยู่เสมอ
เพื่อนของฉัน ฉันเพียงอยากจะบอกเธอว่า
หากเธอตั้งใจเขียนภาพสักภาพ แล้วบังเอิญเธอหลอนจนวาดแมวเป็นลิงเพราะวาดหนวดแมวไม่ได้ หรือบังเอิญมีใครบ้าคลั่งทำสีตกใส่ มันจะดีกว่าไหมที่เราไม่พยายามจะนั่งลบมัน แต่พยายามทำให้ลิงมันน่ารัก หรือนำสีที่ตกใส่มาเป็นส่วนประกอบของภาพที่เธอวาด
คราวหน้าเธอก็แค่ทำงานในที่ที่เหมาะสม ที่ที่ไม่สามารถมีใครสะบัดสีมาตกใส่ และตั้งใจที่จะวาดแมวให้เป็นแมว แต่ฉันรับประกันได้เลย ในโลกแห่งความเป็นจริงเราไม่มีทางหลีกจากสีของใคร และไม่มีทางหนีในบางอารมณ์เพี้ยนของตัวเองจนไม่รู้ว่าที่วาดคือหมาหรือแมว แต่ฉันเชื่อว่าเธอจะได้เรียนรู้ที่จะหาทางออกไปกับมัน เธอเรียนรู้ว่าจะนำมันมาเป็นแรงผลักให้ภาพวาดของเธอในท้ายสุดได้อย่างไร
จากนี้ฉันเชื่อมั่นว่าเธอจะแก้ไขปรับ และปรุงจากสิ่งที่พลาด ในเมื่อเธอรู้แล้วว่าเธอขาดตก บก พร่องอะไร เธอเติมมันได้เสมอในเมื่อเธอมีกำลังใจจากตัวเอง และจากใครอีกหลายคนที่รักเธอมากมายขนาดนี้ ฉันขอให้เธอมีแรง ฉันอยากเห็นความพยายามในทุกทางของเธอ
แม้ภาพมันยังดูห่วยๆ บ้างในบางมุม
แต่ได้โปรดอย่าบอกกับฉันว่า เธอจะขยำมันทิ้งเสีย ได้ไหม
ปล.แม้กรูจะชอบที่เมิงยิ้มมากกว่า แต่เมิงไม่ต้องอดกลั้นที่จะร้องไห้ต่อหน้ากรูนะ (เพราะถ้ากรูอยากร้องไห้ กรูอยากจะขอไปร้องต่อหน้าเมิงเหมือนกัน)
------
'ระหว่าเรา' คือชื่อเรื่องสั้นที่ฉันกำลังเค้นมันออกมา
ฉันรู้ตัวดีว่า ไม่ใช่ตอนนี้แน่ สมองฉันยังไม่ตัน และมันยังเขียนอะไรออกมาได้อีกเยอะ ฉันให้สัญญากับตัวเองไปแล้วว่าจะไม่หวั่นไหวต่อคำพูดของใครอีกทั้งนั้น ไม่ว่ามันจะดีหรือเลว ฉันจะเคารพในงานของตัวเอง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
แต่ อารมณ์หวั่นไหวของมนุษย์มันเกิดได้อยู่ทุกวัน ฉันเพียงกลั้นมันไม่อยู่เท่านั้น จะทำเป็นหูทวนลมก็ใช่ที่ ฉันมันคนรับสารที่ชอบสะสมสารที่ไม่เป็นสาระเอาไว้ยิ่งถ้าเป็นอย่างนี้ ก็คงต้องปล่อยให้ทรมานใจไปสักพัก เดี๋ยวก็คงหาย เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะดี เพราะฉันเริ่มชินกับความรู้สึกแบบนี้เสียแล้ว
เรามันคนประเภทเดียวกันใช่มั้ย เจ้าของจดหมาย
edit @ 2007/07/30 03:10:10
edit @ 2007/07/30 03:11:53
edit @ 2007/07/30 03:39:22
edit @ 2007/07/30 03:42:31
edit @ 4 Apr 2008 11:53:18 by kigmeto
edit @ 4 Apr 2008 11:58:17 by kigmeto