วันเสาร์/ 23 / 2010 : ตี 2: 39
ซานฟรานซิสโกล
ชั้น 8 ห้องสตูดิโอขนาดใหญ่ -- ฟูกนอนขนาดกลางสามอันวางเีรียงราย, 1 โซฟาสีน้ำเงินเข้มถูกแปลงสภาพเป็นเตียงขนาดกลาง โคมไฟ 4 อัน โต๊ะเล็กๆ 3 ตัวถูกจัดวางคนละมุม ห้องครัวขนาดเล็กขวามือคือมุมโปรด ห้องน้ำอยู่สุดปลายทางของมุมห้อง..หนาวทุกทีที่เปิดเข้าไป...กับ รูมเมท 4 คน - แยกย้ายคนละเตียง ซุกตัวกันคนละมุม มุมเดียวที่เราแชร์ร่วมกันคือมุมไพ่...ไม่สำคัญว่าใครได้ป๊อก 8 หรือป๊อก 9 แต้มสูงต่ำอาจเป็นแค่ภาพลวงตา เพราะสิ่งที่เห็น มันคือเรื่องของความมี 'ใจ' (ล้วนๆ) ไม่มากไม่น้อย แจกจ่ายความอุ่นกันอย่างพอดี... รู้สึกได้ ว่าแม้ไม่ใช่บ้านแต่ก็ อุ่นใจ เหมือนได้กลับมาอยู่บ้านมากกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยรู้สึก..
1 ปี กับอีกเกือบ 7 เืดือน ที่ไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรสักตัวออกมาจากหัว เหมือนลืมไปแล้วว่าเคยเป็นนักเขียน และคล้ายว่าลืมไปแ้ล้วว่ายังเึขียนหนังสือได้... ข้อดีของการอยู่ต่างบ้านนานๆ มันคือการได้บอก 'คิดถึง' อย่างนับครั้งไม่ถ้วน (เมื่อก่อนเคยตอแหลว่าคิดถึง แต่ตอนนี้ซึ้งแล้วว่าความคิดถึงที่ไม่ตอแหลมันเป็นยังไง) นี่คือหนึ่งในจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนที่ว่า คิด - ถึง สองคำสั้นง่ายที่ครั้งนี้เหมือนจะมากกว่าครั้งไหนๆ...มากเสียจนต้องลงมือเขียน ถึงจะไม่แน่ใจ ว่ามันจะอ่านรู้เรื่องหรือไม่ก็ตามที
อากาศข้างนอกถึงขั้นเลว ลมแรง ฝนตก และโครตจะหนาวในเวลาเดียวกัน -- ดึกมากแล้วใกล้่จะตี 3 ความหนาวยิ่งเลวหนัก ลมแรงๆ พากระจกหน้าต่างบนหัวนอนสั่งหงึกๆ จนบางครั้งแอบคิด ถ้าเรานอนอยู่บ้านเรา อากาศแบบนี้ เราจะนอนเหงาเหมือนตอนนี้มั้ย?
ฉันเคยรู้สึกหวั่นไหวเพียงเพราะอากาศ น้องคนหนึ่งเคยบอกว่า มันคือสิ่งพิเศษที่มักจะเกิดขึ้นกับคนพิเศษ ฉันได้แต่คิดพลางหัวเราะ หึ หึ ว่านั่นไม่ใช่ฉัน ฉันไม่ใช่คนพิเศษ และไม่เคยพิเศษสำหรับใคร มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกของคนอ่อนไหวง่าย สองสามนาทีมันก็จะหาย เพียงแต่ตอนนี้ฉันแปลกใจ ความหวั่นไหวที่ฉันเคยมี มันไม่เคยมาปรากฏ ทนเหมือนทนแรงทนฝน ทนหนาวได้อย่างชินชา ใครด่ามาฉันเพียงแสร้งยิ้ม ไม่คิดหนีหรือแอบไปร้องไห้เหมือนอย่างเคย หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป มิตรภาพที่อยู่ไกล กลับใกล้กันมากกว่าครั้งไหนๆ ส่วนมิตรภาพที่อยู่ใกล้ กลับไกลกันเหมือนคนไม่เคยรู้จัก...
นี่แหละคือเรื่องเศร้ากว่าเรื่องไหนๆ
ถึงตอนนี้ ฉันเชื่ออย่างที่สุด ว่าคนเราเปลี่ยนแปลงทุกวินาที ฉันโตขึ้นเพราะเห็นโลกมากขึ้น เห็นปัญหามากขึ้น และเจ็บปวด (ใจ) นับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยคิดโทษใคร ฉันเชื่อว่าทุกเรื่องคือการเรียนรู้ พวกเราสามารถทำผิดได้กับทุกเรื่อง และควรมีความเข้าใจกับมันทุกครั้ง ปัญหาอะไรที่ว่าอยาก เพียงอย่าคิดให้มันยากไปพร้อมกับปัญหา เชื่อว่ามันจะมีทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวของมันเอง...ฉันเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว
ตีสามสี่สิบห้า น้องรูมเมทคนสุดท้ายปิดไฟนอนแล้ว ส่วนฝนด้านนอกเริ่มหยุดตก แต่ความหนาวไม่เปลี่ยนแปลง ห้องเริ่มเงียบ มีเพียงเสียงกรนของรูมเมทข้างๆ ดังมาเป็นระยะ ส่วนฉันความง่วงเริ่มมา คงถึงเวลาไปกรนแข่งกับคนข้างๆ... คล้ายว่าหายเหงา เพราะเพียงแค่ได้เขียน
คิด -- ถึง
edit @ 24 Jan 2010 10:59:53 by kigmeto